อาชีพที่มีรายได้เดือนละ 1 ล้าน

อาชีพที่สร้างรายได้เดือนละ 1 ล้าน ช่องทางการเป็นเศรษฐีเงินล้าน

ก่อนอื่นทุกท่านควรพูดถึงแง่คิดที่ว่า “เงินไม่ใช่พระเจ้าแต่ไม่ว่าบนโลกใบนี้แม้แต่ อวกาศก็ล้วนแล้วแต่ใช้เงิน”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่า เงินคือพระเจ้า หรือ บูชาเงิน แต่อย่างใด หากคุณเป็นดีคนหนึ่ง เป็นที่ขยันและเป็นคนที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ การมีเงินจำนวนมาก ก็ทำให้เกิดประโยชน์ที่มากตามไปด้วย ไม่มีอะไรเสียหายใช่ไหมล่ะ เมื่อวันหนึ่งคุณเกิดมีเหตุจำเป็นต้องใช้ หรือ อยากช่วยใครสักคน แล้วมีเงินอยู่ในมือที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือได้ทันที

แต่ก็มีกฎเกณฑ์อยู่ว่า คุณต้องหามาได้โดยสุจริต และถูกกฎหมายเพียงแต่ ไม่ผิดศีลธรรม ไม่ผิดจริยธรรม หลายคนเคยคิดว่าการมีเงิน 1 ล้านนั้นทำให้เราร่ำรวยและเป็นเศรษฐี แล้วมันคิดแบบนั้นถูกแล้วใช่หรือไม่

หากจะพูดกันจริงๆ เงินหนึ่งล้านบาทนั้นไม่พอที่จะซื้อบ้านซะด้วยซิ ไม่พอที่จะซื้อรถดีๆ สักคน และแน่นอนไม่ หากเกิดเจ็บป่วยไม่พอ ซะด้วยซ้ำ ก็ไม่หมายตัวคุณเพียงคนเดียวนะ ก็ครอบครัวของคุณหรือคนที่คุณต้องดูแลด้วย เอาละซิการหาเงิน 1 ล้านมันเริ่มไม่พออย่างที่คิดแล้วละ เพราะดูเหมือนว่ามันทำอะไรไม่ได้มากอย่างที่คิด

ในบทความนี้ จึงตั้งสมมติฐานว่า เศรษฐีควรจะมีเงินเก็บสัก 10 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อจะได้อยู่อย่างสบายๆหลังเกษียณอายุ แล้วจะมีวิธีอะไรที่ทำให้หาเงินได้ 10 ล้านบาทโดยสุจริตและถูกกฎหมาย

แล้วอาชีพใดบ้างละที่จะมีโอกาสมีรายได้เดือนละ 1 ล้าน มาดูกัน

 

 

ิbusiness_owner ความเสี่ยงของอาชีพเจ้าของกิจการ

เจ้าของกิจการ

ไม่ว่าใครก็รู้ๆกัน การเป็นเจ้าของกิจการ หรือ เถ้าแก่นั้น เป็นหนทางที่มีโอกาสมีรายได้ มีกำไรเป็นกอบเป็นกำอย่างแน่นอนแล้วจริงใช่ไหมที่ว่ากันแบบนั้น แต่ก็น่าตกใจที่สถิติพบว่าธุรกิจในปี 2558 ซึ่งมีการรายสถิติในปี 2559 ที่ผ่านมาจากข้อมูลมีผู้ยื่นขอจดทะเบียนเลิกกิจการไปในเดือน ธันวาคมของปี 2558 มากกว่า 5,800 ราย จากผู้จดทะเบียน 22,576 ราย และจะอยู่อย่างยั่งยืนเกิน 5 ปี ได้เพียง 3-5% เท่านั้น แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็เหมือน จะมุ่งเส้นทางเข้าสู่การเป็นเจ้าของกิจการจำนวนมากและ มีเพิ่มตลอดในทุกๆ ปี อย่างน้อยก็ขอลองสักตั้ง แม้ว่ามีความเสี่ยงเพียงใด ก็เหมือนในชีวิตของลองเป็น เถ้าแก่ สักครั้ง มาดูว่าเจ้าของธุรกิจ ได้เงินอย่างไร

สูตรที่มักจะใช้อธิบายกำไรของเจ้าของธุรกิจคือ
ยอดขาย – ต้นทุนคงที่ – ต้นทุนแปรผัน = กำไร

และเพื่อให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น จะขอยกตัวอย่าง ดังนี้ ธรุกิจมียอดขายต่อเดือนที่ 1 ล้านบาท จะมีต้นทุนคงที่ 700,000 บาท ต้นทุนแปรผัน 300,000 บาท ดังนั้น หากเจ้าของธุรกิจจะมีกำไรเขาต้องผลักดันยอดขายให้สูงกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน ถ้ายอดขายต่ำกว่า 1 ล้านบาทจะขาดทุนทันที เช่น ถ้ายอดขาย 1,500,000 บาท ต้นทุนคงที่เท่ากับ 700,000 บาทคงเดิม ต้นทุนแปรผันจะขึ้นมาเป็น 1.5 เท่าของเดิมซึ่งเท่ากับ 450,000 บาท เดือนนั้นจะกำไร 1,500,000 – 1,150,000 = 350,000 บาท

แต่ถ้า ยอดขายเป็น 3,000,000 บาท ต้นทุนคงที่เท่ากับ 800,000 บาท ต้นทุนแปรผันจะขึ้นมาเป็น 3 เท่าซึ่งเท่ากับ 900,000 บาท เดือนนั้นจะมีกำไรเท่ากับ 3,000,000 บาท – 1,600,000 = 1,400,000 บาท

ในทางตรงกันข้ามหากกลับกัน ถ้ายอดขายตกลงมาเหลือ 500,000 บาทต้นทุนคงที่ยังคงเท่ากับ 700,000 บาท ต้นทุนแปรผันอาจลดลงครึ่งหนึ่งของเดิมเท่ากับ 150,000 บาท เดือนนั้นจะมียอดขาดทุนเท่ากับ 500,000 – 850,000 = -350,000 บาท

แน่นอนว่าตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่าง เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ซึ่งในการดำเนินธุรกิจจริงๆนั้นมีความสลับซับซ้อนกว่านี้มากนัก ตัวอย่างข้างต้นทำให้เข้าใจว่า การเป็นเจ้าของธุรกิจนั้น รวยเร็ว และ เจ๊งเร็ว พอๆกัน ขึ้นกับฝีมือ ขึ้นกับความต้องการของตลาด ขึ้นกับปัจจัยหลายๆอย่าง

หากสร้างธุรกิจได้ประสบความสำเร็จแล้ว ก็จะร่ำรวยเงินไหลมาเทมา โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เงินสด 10 ล้านบาท จึงเป็นเรื่องเล็กๆสำหรับเถ้าแก่เหล่านี้

employee-management

ผู้บริหารระดับสูง

ในปัจจุบันเราคงเคยคิดกันว่าในสมัยอดีต เจ้าของกิจการ คงสอนให้ลูกหลานตั้งใจเรียน เรียนเก่งๆ เจ็บสูงๆ แต่ในความเป็นจริงไม่เลย ในความเป็นจริงตรงกันข้าม ไม่ต้องเรียนให้สูงแบบค่านิยมในแบบปัจจุบัน เพราะท้ายสุด เมื่อเรียนจบจบปริญญาตรี เรียนสูงจนจบด๊อกเตอร์ สุดท้ายก็ไปเป็นลูกน้อง ก็ต้องมาเป็นลูกจ้างอยู่ดี รับเงินเดือน 60,000 – 150,000 บาท แต่ไม่มีโอกาสรวยแม้แต่น้อย

ปัจจุบันเราก็ได้ทราบกันจากประวัติเจ้าของกิจการมากมายผู้ที่ประสอบความสำเร็จ เราคงปฎิเสธไม่ได้เลยว่าประสบการณ์และการบริหารมืออาชีพนั้นทรงอิทธิพลอย่างแท้จริง จนสามารถสร้างความไว้วางใจจาก เจ้าของกิจการ ให้มีหุ้นส่วนในกิจการและ สามารถทำรายได้ปีละ 5-10 ล้านบาทได้อย่างไม่ยากเย็น

แล้วรายได้ที่ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

บริษัทใหญ่ชั้นแนวหน้าระดับประเทศ การที่ผู้บริหาระดับสูงจะได้รับเงินเดือน 300,000 – 600,000 บาท ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้และแปลกอะไร เพราะหากดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร หรือ บอร์ดบริหาร จะมีรายได้มากมายจากการเข้าร่วมการประชุม หรือ เรียกกันว่า เบี้ยประชุม 300,000 – 1,000,000 บาทต่อปีกันเลยทีเดียว

หรือบริษัทที่มีการตั้งเป้าหมายของยอดขายเพื่อกระตุ้น และให้โบนัส เมื่อถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ และเป็นช่องหนึ่งที่ทำให้ผู้บริหารมีความร่ำรวยและมีรายได้หลักล้านบาทได้ไม่ยากอะไร ดังนั้นนักบริหารมืออาชีพจึงเป็นกลุ่มคนที่มองข้ามไม่ได้

นักการตลาดเครื่่อข่าย นักขายตรง

นักการตลาดแบบเครื่อข่าย

คนไทยมักรังเกียจอาชีพงานขาย ดูถูกว่าต่ำต้อยขณะที่ฝรั่งเขามองว่าเป็นงานที่ใช้ทักษะและใช้ความสามารถสูง เราจึงพบว่า ผู้นำของบริษัทฝรั่งหลายคนมักมีพื้นฐานมาจากขาย หรือ อยู่ฝ่ายขายมาก่อน

งานเครื่อข่าย ไม่ว่าประกันชีวิต เครื่องสำอางค์หรือยาชูกำลังสารพัด มักได้ค่าคอมมิดชั่นประมาณ 20-45%ไม่ว่าจะเป็นการขายครั้งแรกหรือเมื่อขายซ้ำ ยกเว้นงานขายประกันชีวิตที่จะมีรายได้ที่มากในช่วงปีแรกที่เริ่มต้น

ส่วนผู้นำทีมงานจะได้ค่าบริหารประมาณ 30-65 % ตามลำดับ ของค่านายหน้าของลูกทีมซึ่งน่าจะตกประมาณ 10%-25% ของยอดขายสินค้ารวม ลองนึกภาพดูว่า ถ้าทีมงานขายนั้นสร้างยอดขายต่อปีได้ถึง 100 ล้านบาท ผู้นำทีมงานก็จะมีรายได้ถึง 10-40 ล้านบาทต่อปีทีเดียว หรือตัวนักขายเองหากขยันพบลูกค้า จะสามารถทำยอดขายได้ 10 ล้านบาทต่อปี เขาก็สามารถมีรายได้ 3 ล้านบาทต่อปีได้เช่นกัน

ปัจจุบันมีรูปแบบวิธีการดำเนินธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่ก็มักจะได้ยินกันประจำว่าคุณอาจจะไม่สนใจสิ่งเหล่า ด้วยเหตุผลที่ว่า “ไม่ถนัด ไม่มีเวลา ไม่ได้เรียนมา ไม่เก่ง ไม่มีความรู้และประสบการณ์ หรือไม่ เมื่อพูดถึงธุรกิจการค้าขาย หลายท่านก็คิดถึงต้นทุน ต้องมีสถานที่ ต้องมีพนักงาน ต้ององค์ประกอบมากมาย ดังนั้นหลายคนที่อยากมีธุรกิจส่วนตัวก็ไม่สามารถทำได้เพราะขาดเงินทุน แต่ทุกอย่างสามารถเป็นไปได้ด้วยธุรกิจที่เรียกว่า “ธุรกิจเครือข่าย

 

นักอสังหาริมทรัพย์

เป็นอีกอาชีพที่สามารถทำให้คุณสามารถร่ำรวยในชั่วค่ำคืนกันเลยที่เดียว พูดไปก็สนใจแล้วใช่ไหมครับ งั้นมาดูกันเลยว่า อาชีพนี้ทำอย่างไรกันบ้าง

คำว่า อสังหาริมทรัพย์ ในทางกฎหมาย ได้แก่ ที่ดินและทรัพย์สินอื่นที่ติดอยู่กับที่ดิน มีลักษณะเป็นการถาวรหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้น เช่น อาคาร บ้านเรือน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ หอพัก และสิทธิทั้งหลายอันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ทั้งกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่มีโฉนดและสิทธิครอบครองในที่ดินที่ไม่มีโฉนดที่ดิน

ความหมายของ ธุรกิจ หมายถึง กิจกรรมต่างๆที่จะจำหน่ายและให้บริการภายใต้กฎเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ โดยมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน และมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์หรือกำไรจากการกระทำกิจกรรมนั้น

ดังนั้น ความหมายของคำว่า “ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์” จึงหมายถึง การสร้างรายได้จากการขาย การ ให้เช่า การพัฒนาบริหาร ที่ดิน บ้าน และอาคารต่างๆให้เกิดรายได้ขึ้นมา

ลักษณะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

การทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีหลายรูปแบบ ลักษณะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เราสามารถแยก ออกเป็นประเภทใหญ่ๆได้ ดังนี้

การซื้อขายทั่วไป การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เป็นการซื้อขายที่มีลักษณะคล้ายกับการซื้อขายในธุรกิจอื่นๆทั่วไป เช่น การซื้อมาแล้วขายไป ผลตอบแทนหรือส่วนต่างที่ได้คือกำไร ต่างกันที่การซื้อขายในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในทางกฎหมายกำหนดให้ต้องทำนิติกรรมเป็นหนังสือและจดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น โฉนดที่ดินเป็นเอกสารสิทธิที่แสดงตัวผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนั้นๆ ทั้งนี้ ก็เพราะว่าอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สินที่มูลค่าสูง จึงต้องมีกฎหมายควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

การปล่อยเช่า ลักษณะการปล่อยเช่า เช่น การให้เช่าหอพัก อพาร์ตเมนต์ เช่าห้องพัก เช่าบ้าน ให้เช่าโกดังเก็บสินค้า เช่าอาคารพาณิชย์ สำนักงานให้เช่า หรือการเช่าที่ดินว่างเปล่า เป็นการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เรียกว่า “เสือนอนกิน” เพราะเมื่อลงทุนสร้างหรือซื้ออาคารซื้อที่ดินว่างเปล่าแล้วนำออกให้เช่า ก็จะทำให้เกิดรายได้อย่างสม่ำเสมอ และเป็นรายได้ที่ตายตัว ทำให้มีเงินใช้สอยไม่ขาดมือ

การเป็นนายหน้าซื้อขายหรือเช่า เป็นอาชีพที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย เช่น เป็นนายหน้าซื้อขายที่ดิน ซื้อขายรถยนต์ ส่วนใหญ่ทำเป็นอาชีพเสริมหรือทำเป็นงานเสริม แต่การซื้อขายแต่ละครั้งอาจทำให้นายหน้ามีรายได้สูงถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถและองค์ประกอบด้านอื่นๆด้วย

สรุป ภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็คือ การสร้างรายได้จากการขาย การให้เช่า การพัฒนาบริหารบ้านและที่ดินว่างเปล่าให้มีรายได้ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนมากนัก ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จึงไม่เฉพาะคนรวยหรือคนที่มีเงินทุนเท่านั้นที่สามารถทำได้ การเป็นนายหน้าซื้อขายที่ดินในบางครั้งยังเป็นการ “จับเสือมือเปล่า” โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุน หากคุณมีเงินสักก้อนหรือคิดที่จะลงทุนทำธุรกิจ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

อ้างอิง : http://www.landinvestingthai.com

 

อาชัพนักลุงทุนตลาดหุ้น

หุ้นคืออะไร (ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์)

หุ้นหรือ share คือ หลักทรัพย์ที่แสดงความเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งในบริษัทราคาหุ้นจะเปลี่ยนแปลงตามผล ประกอบการของบริษัทและภาวะตลาด

ผลตอบแทนจากการลงทุนในหลักทรัพย์มีอะไรบ้าง

ผลตอบแทนจากการลงทุนในหลักทรัพย์มีหลายรูปแบบด้วยกันเช่น กำไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์ (capital gain) เงินปันผล (dividend) สิทธิในการจองซื้อหุ้นออกใหม่ (rights offering) โดยหลักการแล้ว นักลงทุนจะได้รับผล ตอบแทน เพิ่มขึ้นตราบใดที่บริษัทมีผลประกอบการที่ดี และหุ้นมีราคาเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ปัจจัยภายในและภายนอกจะมีผล ต่อความผันผวนของราคาหุ้น

การลงทุนในหลักทรัพย์หลายอย่างมีความเสี่ยงอะไรบ้าง ?

ราคาหุ้นเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ปัจจัยหลายอย่างมีผลกระทบต่อราคาหุ้น เช่นผลประกอบการของบริษัท หรือของ ทั้งอุตสาหกรรม หรือภาวะเศรษฐกิจทั่วไป อย่าลืมว่าท่านสามารถลดความเสี่ยงได้โดยศึกษาความเป็นไปของ บริษัทในอดีตและการคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต รายงานการวิเคราะห์หุ้นและความเห็นของนักวิเคราะห์ แนวโน้มของอุตสาหกรรม รวมทั้งติดตามข้อมูล ข่าวสารต่างๆที่บริษัทเปิดเผย

หากต้องการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ นักลงทุนต้องติดต่อใคร ?

ท่านสามารถเปิดบัญชีเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ตามปกติหรือทาง Internet กับบริษัทหลักทรัพย์ ทั้ง เป็นบริษัทนายหน้า หรือตัวแทนบริษัทนายหน้าช่วง (brokers or sub brokers) อย่างไรก็ตาม บริษัทนายหน้าหรือ broker เท่านั้น ที่มีสิทธิ ที่จะซื้อหรือขายหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์

ทำไมจึงต้องซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านบริษัทสมาชิก (broker) ของตลาดหลักทรัพย์ ?

เพราะนักลงทุนจะ ได้รับผลประโยชน์จาก บริการต่าง ๆ ของบริษัท เช่น เจ้าหน้าที่การตลาดที่มีคุณภาพและบริการอื่นๆ ตลาดหลักทรัพย์มีหน้าที่สอด ส่องดูแลความโปร่งใสและจรรยาบรรณของบริษัทสมาชิก ในกรณีที่บริษัทไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ ตลาด ฯ มีสิทธิที่จะลงโทษได้ อย่างไรก็ตามบริษัทโบรกเกอร์ที่เป็นสมาชิกจะต้องได้รับใบอนุญาต (license) จากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ก่อนจึงจะสามารถประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ได้ และต้องผ่านการพิจารณาของตลาดหลักทรัพย์ด้วย เมื่อได้เป็นสมาชิกแล้วต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์อย่างเคร่งครัด

กระดานต่างประเทศ (Foreign Board) คืออะไร และมีผลประโยชน์อย่างไรบ้าง?

ใช้รองรับการซื้อขายหลักทรัพย์ระหว่างผู้ลงทุนชาวต่างประเทศด้วยกัน ทั้งนี้หลักทรัพย์ที่นำมาขายผ่านกระดานต่างประเทศจะต้องเป็นหลักทรัพย์ที่มี ชื่อชาวต่างประเทศเป็นเจ้าของ

ตลาดหลักทรัพย์จัดให้มี Foreign Board ขึ้นมาเนื่องจากหลักทรัพย์ของบางบริษัทได้มีชาวต่างประเทศเข้า ลงทุนถือครองจนครบตามเกณฑ์ระดับที่ให้ชาวต่างชาติถือครองแล้ว แต่ก็ยังมีผู้ลงทุนชาวต่างชาติต้องการลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าวอยู่ เมื่อสั่งซื้อผ่านกระดานหลัก (Main Board) จะประสบปัญหาไม่อาจโอนรับหุ้นได้ เพราะจะทำให้สัดส่วนการถือ ครองหุ้นของชาวต่างชาติเกินจากเกณฑ์ที่จำกัดไว้ ดังนั้นเพื่อเป็นการอำนวย ความสะดวกแก่ผู้ลงทุนชาวต่างประเทศตลาดหลักทรัพย์จึงจัดให้มี Foreign Board ขึ้นมา เพื่อให้ชาวต่างประเทศ ผู้ซื้อมั่นใจว่าจะสามารถรับโอนหุ้นเป็นของตนได้ เพราะเป็นการรับ โอนจากชาวต่างประเทศด้วยกัน ไม่มีผลให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงในสัดส่วนการถือครองหุ้นของชาวต่างประเทศโดยรวมแต่ประการใด

หลายคนยังคงเชื่อว่าคนที่รวยได้คือคนพิเศษ หรือคนที่มีพลังวิเศษ แต่ความจริงคือ เราทุกคนรวยได้ มันเป็นสิทธิของมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ที่จะมั่งคั่งร่ำรวย และที่สำคัญนั้นความรวยนั้นฟรีและความรวยนั้นสร้างได้อย่างงายดาย ง่ายจนคนทั่วไปบนโลกใบนี้มองข้ามการสร้างความมั่งคั่งร่ำรวย เพียงแค่ขยันทำงานเพิ่มรายได้ ลดทอนรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เก็บออมเงินอย่างสม่ำเสมอ และรู้จักการลงทุน ซึ่งการลงทุนถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยเลยทีเดียว การลงทุนมีหลายแบบ แต่ที่ผมขอแนะนำคือการลงทุนในหุ้น (รวยด้วยหุ้น)

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นเมื่อเราทำงานแล้วได้รับเงิน เราเก็บออมเงินที่ได้รับมาเดือนละ 1,000 บาท หากเรานำเงินที่ได้รับไปฝากธนาคารเป็นเวลา  20 ปี เราจะมีเงินเก็บจำนวน 100,000 บาท แต่ถ้าเรารู้จักการนำเงินเดือนละ 1,000 บาท ไปลงทุนในหุ้น (ซื้อหุ้นทุกเดือน) เงินของเราจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณล้านบาท ว้าว! นี้คือความมหัศจรรย์ของการลงทุน

อีกตัวอย่างหนึ่ง ถ้าผมเก็บเงินเดือนละ 2,000 บาท เป็นเวลา 40 ปี แล้วนำไปซื้อหุ้นทุกเดือนเป็นจำนวนเท่าๆกัน เมื่อครบ 40 ปี ผมจะมีเงิน 18 ล้านบาท (ใช้แล้วครับ พิมพ์ไม่ผิดหรอก) ผมจะกลายเป็นเศรษฐีเงินล้าน พลังอนุภาพของการลงทุนยิ่งใหญ่ ทำให้ผู้คนหลายคนนับไม่ถ้วนกลายเป็นเศรษฐีมานักต่อนักแล้ว และคุณคือคนต่อไป

เรียนออนไลน์อย่างไรให้มีรายได้เดือนละ 1 แสน/เดือน อบรมทุกวันเสาร์ เวลา 13:00 น. ลงทะเบียน Line ID : @weone